สร้างบาร์โค้ดฟรี ทั้ง EAN-13, Code 128 และ UPC ไม่ต้องสมัคร
เลือกรูปแบบ พิมพ์ข้อมูล แล้วดาวน์โหลดเป็น PNG, SVG หรือ PDF แบบเวกเตอร์ได้ทันที ทุกอย่างทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่ต้องสมัครบัญชี ไม่มีลายน้ำ และไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
อักขระ ASCII ใดก็ได้ บาร์โค้ดที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด
ปรับแต่ง
ตัวอย่าง
ใส่ข้อมูลเพื่อดูตัวอย่าง
ก่อนพิมพ์ลงสินค้า
สร้างบาร์โค้ดสินค้าให้สแกนได้ที่ร้านค้า ต้องมีอะไรบ้าง
สิ่งที่เครื่องมือส่วนใหญ่ไม่ได้บอกคือ การสร้างลายบาร์โค้ดเป็นส่วนที่ง่ายที่สุด ระบบที่จุดชำระเงินค้นหาสินค้าจากตัวเลขใต้บาร์โค้ด ไม่ได้ดูที่ลาย ตัวเลขนั้นเรียกว่า GTIN ซึ่งขึ้นต้นด้วยรหัสสมาชิกที่ระบุตัวธุรกิจของคุณได้ทั่วโลก และมีเพียงองค์กร GS1 ประจำประเทศเท่านั้นที่ออกให้ได้
ในประเทศไทย องค์กรนั้นคือ GS1 Thailand (สถาบันรหัสสากล) ซึ่งเป็นสมาชิกของเครือข่าย GS1 ระดับสากล เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว คุณจะได้รหัสบริษัทที่ขึ้นต้นด้วย 885 และใช้รหัสนั้นกำหนดเลขให้สินค้าแต่ละรายการเอง เครื่องมือนี้แปลงตัวเลขที่คุณพิมพ์ให้เป็นบาร์โค้ดและคำนวณเลขตรวจสอบให้ แต่ออกเลขที่จดทะเบียนในชื่อของคุณให้ไม่ได้ และไม่มีเครื่องมือฟรีตัวไหนทำได้
ถ้าสแกนกันเองในร้านหรือในคลัง ไม่ต้องขึ้นทะเบียน
ถ้าติดรหัส SKU ไว้นับสต็อก แพ็กออเดอร์ หรือเช็กของเข้าออกคลัง และบาร์โค้ดถูกอ่านด้วยเครื่องสแกนของคุณเองเท่านั้น คุณตั้งเลขเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร Code 128 สะดวกที่สุดสำหรับงานนี้ เพราะใส่ตัวอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลขในฉลากเดียวกันได้ (แต่ใส่ภาษาไทยไม่ได้)
ถ้าสินค้าจะไปวางขายในร้านค้าของคนอื่น
ห้างค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าที่สแกนสินค้าที่จุดชำระเงิน ต้องการเลข GTIN ที่จดทะเบียนแล้ว และมาร์เก็ตเพลสออนไลน์บางแห่งก็มีช่องให้กรอกเลขบาร์โค้ดในหน้ารายการสินค้า ขอเลขจาก GS1 Thailand ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่นี่ เมื่อได้เลขแล้ว การสร้างบาร์โค้ดและไฟล์สำหรับฉลากใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีและไม่มีค่าใช้จ่าย
เจาะลึก EAN-13
EAN-13: บาร์โค้ดสินค้าที่ขึ้นต้นด้วย 885
EAN-13 คือบาร์โค้ดที่เห็นบนสินค้าเกือบทุกชิ้นในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต มีทั้งหมด 13 หลัก หลักแรก ๆ บอกว่าองค์กร GS1 ประเทศไหนเป็นผู้ออกเลข เลขที่จดทะเบียนในไทยขึ้นต้นด้วย 885 ถัดมาเป็นรหัสบริษัทและรหัสสินค้า และหลักสุดท้ายเป็นเลขตรวจสอบที่คำนวณจากหลักก่อนหน้าทั้งหมด เลข 885 บอกแค่ว่าใครเป็นผู้ออกเลข ไม่ได้รับรองว่าสินค้าผลิตในประเทศไทย
เลขตรวจสอบนี้คือสิ่งที่คุณไม่ต้องคำนวณเอง ช่องกรอกรับได้ทั้ง 12 และ 13 หลัก ถ้าพิมพ์ 12 หลัก ระบบจะเติมหลักที่ 13 ให้ ถ้าพิมพ์ครบ 13 หลัก ระบบจะตรวจว่าถูกต้องและแจ้งเตือนถ้าไม่ตรง หลักการเดียวกันใช้กับ EAN-8 (7 หรือ 8 หลัก) UPC-A (11 หรือ 12 หลัก) และ ITF-14 (13 หรือ 14 หลัก)
UPC-A มี 12 หลัก เป็นมาตรฐานของอเมริกาเหนือ ในไทยจะเห็นบนสินค้านำเข้าเป็นหลัก คุณไม่ต้องเลือกระหว่างสองแบบนี้ตามความชอบ เพราะเลข GTIN ที่ได้รับเป็นตัวกำหนดรูปแบบ และเครื่องสแกนที่จุดชำระเงินทั่วไปอ่านได้ทั้งสองแบบ
รูปแบบที่ร้านค้าและคลังสินค้าใช้จริง
EAN-13
13 หลัก มาตรฐานที่จุดชำระเงินของร้านค้าปลีกในไทยและทั่วโลก พิมพ์ 12 หลักแล้วระบบจะคำนวณเลขตรวจสอบให้
EAN-8
8 หลัก รุ่นสั้นสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ EAN-13 ไม่พอ เช่น หมากฝรั่ง ลิปบาล์ม หรือซองเล็ก ต้องขอแยกจากองค์กร GS1 และไม่ได้มาจากการตัด EAN-13 ให้สั้นลง
ITF-14
14 หลัก ไม่ได้ติดบนตัวสินค้า แต่ติดบนลังที่บรรจุหลายชิ้นและบนพาเลท สร้างจาก GTIN ของสินค้า โดยเติมเลขบ่งชี้ไว้ด้านหน้าและมีเลขตรวจสอบของตัวเองไว้ท้าย และพิมพ์ลงกล่องลูกฟูกได้ดีกว่า EAN-13 มาก
UPC-A
12 หลัก รูปแบบของอเมริกาเหนือ ในไทยจะเห็นบนสินค้านำเข้า และเครื่องสแกนที่จุดชำระเงินทั่วไปอ่านได้
สำหรับหนังสือ ไม่ต้องหารูปแบบ ISBN ในรายการ เพราะไม่มีแยกไว้ ISBN-13 ถูกเข้ารหัสเป็น EAN-13 อยู่แล้ว ให้เลือก EAN-13 แล้วพิมพ์ 13 หลักที่ขึ้นต้นด้วย 978 หรือ 979
14 รูปแบบ
สร้าง barcode ได้กี่แบบ และแต่ละแบบรับข้อมูลอะไร
นี่คือ 14 รูปแบบที่เครื่องมือในหน้านี้สร้างได้ พร้อมกฎที่ช่องกรอกข้อมูลใช้ตรวจจริง ถ้าข้อมูลไม่ตรงกฎ ช่องกรอกจะบอกสาเหตุก่อนที่คุณจะดาวน์โหลด
บาร์โค้ดเชิงเส้น (1D)
ปัดเพื่อดูตารางทั้งหมด
| รูปแบบ | ข้อมูลที่รับได้ | นิยมใช้กับ |
|---|---|---|
| EAN-13 | ตัวเลข 12 หรือ 13 หลัก ไม่มีช่องว่าง | สินค้าค้าปลีกในไทยและทั่วโลก รวมถึงหนังสือที่มี ISBN-13 |
| EAN-8 | ตัวเลข 7 หรือ 8 หลัก ไม่มีช่องว่าง | บรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่ใส่ EAN-13 ไม่พอ |
| UPC-A | ตัวเลข 11 หรือ 12 หลัก ไม่มีช่องว่าง | สินค้าค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา |
| UPC-E | ตัวเลข 6 หลักพอดี หรือ 8 หลักที่ขึ้นต้นด้วย 0 หรือ 1 (7 หลักใช้ไม่ได้) | UPC-A แบบย่อสำหรับสินค้าชิ้นเล็กมาก |
| Code 128 | อักขระ ASCII ใดก็ได้ สูงสุด 48 ตัว (ไม่รับภาษาไทย) | รหัส SKU สต็อกสินค้า คลังสินค้า และงานขนส่ง |
| Code 39 | A-Z, 0-9 และ - . $ / + % กับช่องว่าง สูงสุด 43 ตัว | บัตรพนักงาน ป้ายครุภัณฑ์และทรัพย์สิน และงานอุตสาหกรรม |
| Code 93 | อักขระชุดเดียวกับ Code 39 สูงสุด 48 ตัว | งานไปรษณีย์และอิเล็กทรอนิกส์ ลายสั้นกว่า Code 39 |
| ITF-14 | ตัวเลข 13 หรือ 14 หลัก ไม่มีช่องว่าง | กล่องลังบรรจุหลายชิ้นและพาเลท |
| ITF (Interleaved 2 of 5) | ตัวเลขเท่านั้น และต้องเป็นจำนวนคู่ สูงสุด 24 หลัก | คลังสินค้าและการกระจายสินค้า |
| Codabar | ตัวเลขและ - $ : . + / มีตัวอักษร A-D เป็นตัวเริ่มและตัวจบได้ สูงสุด 32 ตัว | ห้องสมุด ธนาคารเลือด และบริการขนส่งพัสดุ |
บาร์โค้ดสองมิติ (2D)
| รูปแบบ | ข้อมูลที่รับได้ | นิยมใช้กับ |
|---|---|---|
| Data Matrix | ASCII สูงสุด 512 ตัว | ชิ้นส่วนขนาดเล็ก อิเล็กทรอนิกส์ และฉลากจิ๋ว |
| GS1 DataMatrix | คู่ (AI)ค่า ในรูปแบบ ASCII สูงสุด 128 ตัว | ยา การแพทย์ และบรรจุภัณฑ์ที่มีข้อมูล GS1 (ล็อต วันหมดอายุ GTIN) |
| Aztec | ASCII สูงสุด 512 ตัว | ตั๋วโดยสารและบัตรเข้างานอีเวนต์ |
| PDF417 | ASCII สูงสุด 512 ตัว | ฉลากขนส่ง โลจิสติกส์ และเอกสารที่มีข้อความยาว |
จำนวนตัวอักษรสูงสุดในตารางเป็นขีดจำกัดของช่องกรอกในหน้านี้ ไม่ใช่ของมาตรฐาน ตามมาตรฐานแล้ว Code 128 และ Data Matrix รับข้อมูลได้มากกว่านี้ ทุกรูปแบบที่รับตัวอักษรได้ รับเฉพาะอักขระ ASCII จึงใส่ภาษาไทยไม่ได้ และถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบเครื่องมือ มีสองอย่างที่เครื่องมือนี้ไม่ได้ทำ คือไม่สร้าง GS1-128 (ถ้าต้องใช้ข้อมูล GS1 ให้ใช้ GS1 DataMatrix ซึ่งมีให้) และไม่มีไฟล์ EPS
ทีละขั้นตอน
วิธีสร้างบาร์โค้ดใน 4 ขั้นตอน
ทุกขั้นตอนทำงานในเบราว์เซอร์ ไม่มีข้อมูลถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ ตั้งแต่เลือกรูปแบบจนได้ไฟล์พร้อมพิมพ์ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
ขั้นตอนที่ 1
เลือกรูปแบบ
EAN-13 สำหรับสินค้าที่วางขายในร้านค้าปลีก UPC-A ถ้าเลข GTIN ของคุณเป็นของอเมริกาเหนือ ITF-14 สำหรับลังสินค้า และ Code 128 สำหรับทุกอย่างที่สแกนด้วยเครื่องของคุณเองเท่านั้น ถ้าใช้ภายในร้านหรือคลังแล้วยังไม่แน่ใจ Code 128 คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
ขั้นตอนที่ 2
พิมพ์ข้อมูล
ใส่ตัวเลขหรือข้อความที่ต้องการเข้ารหัส ช่องกรอกจะตรวจกฎของรูปแบบนั้นระหว่างที่คุณพิมพ์ สำหรับ EAN-13 และ UPC-A พิมพ์แบบสั้นก็พอ ระบบจะคำนวณเลขตรวจสอบให้
ขั้นตอนที่ 3
ปรับขนาดและสี
ตั้งความกว้างแท่งและความสูง เลือกว่าจะแสดงข้อความใต้บาร์โค้ดหรือไม่ และกำหนดความกว้างตอนพิมพ์เป็นมิลลิเมตร ใช้สีดำบนพื้นขาวไว้ก่อน เพราะเครื่องสแกนต้องการความต่างของสีแบบนั้น
ขั้นตอนที่ 4
ดาวน์โหลดแล้วพิมพ์
เลือก PNG สำหรับใช้บนหน้าจอ หรือ SVG และ PDF สำหรับงานพิมพ์ ซึ่งเป็นเวกเตอร์จริง ขยายเท่าไรก็ไม่แตก ดาวน์โหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องมีบัญชี
ก่อนสั่งพิมพ์สติกเกอร์เป็นพันดวง ลองสแกนด้วยเครื่องสแกนจริงหรือแอปสแกนที่ใช้ในร้านทุกครั้ง บาร์โค้ดที่ดูดีบนจออาจสแกนไม่ติดเมื่อพิมพ์ออกมา เพราะขนาด ความละเอียด หรือความต่างของสี
ฟรี ไม่ต้องสมัคร
ไม่ต้องสมัคร ไม่มีลายน้ำ และไม่มีเวอร์ชันเสียเงิน
เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดของ QRKIT ไม่มีแผนแบบชำระเงิน ไม่ใช่รุ่นทดลองหรือรุ่นที่ตัดฟีเจอร์ออก แต่เป็นเครื่องมือฉบับเต็ม และปุ่มดาวน์โหลดใช้ได้แม้คุณไม่เคยเข้าสู่ระบบเลย
- ทุกคนใช้ได้ครบทั้ง 14 รูปแบบ ไม่มีข้อยกเว้น
- ไม่ต้องมีบัญชีทั้งตอนสร้างและตอนดาวน์โหลด ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- สร้างได้ไม่จำกัด และไม่มีลายน้ำ
- ดาวน์โหลด PNG, SVG และ PDF (SVG และ PDF เป็นเวกเตอร์จริง)
- สร้างทีละหลายรายการฟรี วางคอลัมน์จาก Excel หรืออัปโหลด CSV ได้ครั้งละ 500 แถว
- ใช้เชิงพาณิชย์ได้
สร้างบาร์โค้ดทีละหลายร้อยรายการได้ฟรีเช่นกัน
ถ้าต้องติดบาร์โค้ดทั้งร้าน เปิดแผง “สร้างหลายรายการพร้อมกัน” ใต้เครื่องมือ แล้ววางคอลัมน์รหัสสินค้าที่คัดลอกจาก Excel หรือ Google Sheets หรืออัปโหลดไฟล์ CSV ทุกแถวถูกตรวจด้วยกฎเดียวกับการสร้างทีละอัน แถวที่สร้างไม่ได้จะแสดงเลขแถวพร้อมสาเหตุ ดาวน์โหลดเป็น ZIP ของ PNG หรือ SVG หรือเป็น PDF ไฟล์เดียวที่มีบาร์โค้ดหน้าละหนึ่งอัน จำกัดครั้งละ 500 แถว ซึ่งเป็นขีดจำกัดของหน่วยความจำเบราว์เซอร์ ใช้เท่ากันทุกคน และไม่ต้องมีบัญชี
บาร์โค้ดเป็นแบบคงที่โดยธรรมชาติ ข้อมูลอยู่ในลายที่พิมพ์ จึงแก้ไขภายหลังไม่ได้และนับจำนวนการสแกนไม่ได้ ถ้าคุณต้องการโค้ดที่เปลี่ยนปลายทางได้หลังพิมพ์และวัดการสแกนได้ สิ่งนั้นคือ QR Code แบบไดนามิก ซึ่งเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งและต้องมีบัญชี ส่วนบาร์โค้ดในหน้านี้ยังฟรีเหมือนเดิมไม่ว่ากรณีใด
การพิมพ์
เคล็ดลับพิมพ์สติกเกอร์บาร์โค้ดให้สแกนติดตั้งแต่ครั้งแรก
01
สีดำบนพื้นขาวเสมอ
เครื่องสแกนไม่ได้มองสี แต่มองความต่างระหว่างแท่งกับช่องว่าง สีแดงมีปัญหามากที่สุด เพราะเครื่องสแกนที่จุดชำระเงินหลายรุ่นใช้แสงสีแดง จึงแยกแท่งสีแดงออกจากพื้นขาวไม่ได้ ถ้าแบรนด์ต้องใช้สี ให้ใส่สีที่ส่วนอื่นของฉลาก ไม่ใช่ที่แท่งบาร์โค้ด
02
เว้นพื้นที่ว่างรอบบาร์โค้ด
เว้นขอบขาวด้านซ้ายและขวาของบาร์โค้ดไว้ อย่าให้มีข้อความ เส้นขอบ หรือรอยพับ พื้นที่ว่างนี้บอกเครื่องสแกนว่าโค้ดเริ่มและจบตรงไหน และการกินพื้นที่ส่วนนี้คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้สติกเกอร์ที่เพิ่งพิมพ์สแกนไม่ติด ทุกไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากหน้านี้มีพื้นที่ว่างนี้ให้แล้ว
03
อย่าพิมพ์เล็กเกินไป
GS1 กำหนดขนาดเล็กสุดของบาร์โค้ดสินค้าค้าปลีกไว้ที่ 80% ของขนาดมาตรฐาน คือแท่งที่บางที่สุดกว้าง 0.264 มม. และบาร์โค้ดทั้งอันกว้างประมาณ 3 ซม. รวมพื้นที่ว่าง กำหนดขนาดจริงด้วยความกว้างตอนพิมพ์เป็นมิลลิเมตรในแผงดาวน์โหลด แทนการย่อรูปภายหลัง เครื่องมือจะคำนวณความกว้างแท่งให้และเตือนบนหน้าจอทันทีที่เล็กกว่าเกณฑ์นี้
04
อย่าติดบนส่วนโค้งหรือรอยพับ
บนขวดหรือกระปุกทรงแคบ ให้วางบาร์โค้ดตามแนวความสูงของขวด โดยให้แท่งเป็นแนวนอนเรียงจากบนลงล่างเหมือนขั้นบันได ลายบาร์โค้ดจะได้ไม่โค้งไปรอบขวด และเครื่องสแกนอ่านไปตามแนวตรงที่แบนที่สุด และอย่าติดทับรอยพับหรือรอยต่อของบรรจุภัณฑ์ เพราะความบิดเบี้ยวจะทำให้ความกว้างของแท่งดูเปลี่ยนไป
05
ใช้ไฟล์เวกเตอร์ และพิมพ์ทดสอบก่อน
ส่ง SVG หรือ PDF ให้โรงพิมพ์ อย่าใช้ภาพแคปหน้าจอหรือ PNG ที่ขยายเอง และก่อนพิมพ์จำนวนมาก ให้พิมพ์ทดสอบบนสติกเกอร์ชนิดเดียวกันด้วยเครื่องพิมพ์เครื่องเดียวกัน แล้วลองสแกนด้วยเครื่องสแกนที่จะใช้จริง
เปรียบเทียบ
บาร์โค้ดหรือ QR Code แบบไหนเหมาะกับคุณ
ทั้งสองแบบไม่ได้แข่งกัน แต่แก้ปัญหาคนละเรื่อง บาร์โค้ดใช้ระบุสินค้าให้ระบบรู้จัก ส่วน QR Code พาคนไปยังปลายทางดิจิทัล
| เกณฑ์ | บาร์โค้ด | QR Code |
|---|---|---|
| เก็บข้อมูลอะไร | ตัวเลขหรือข้อความสั้น ๆ สำหรับระบุสินค้า | URL ข้อความ WiFi ข้อมูลติดต่อ และอื่น ๆ |
| อ่านด้วยอะไร | เครื่องสแกนที่จุดชำระเงินหรือในคลังสินค้า | กล้องมือถือทั่วไป |
| ความจุ | ข้อมูลสั้น ๆ ตั้งแต่ 6 ถึง 48 ตัวในรูปแบบเชิงเส้น | หลายพันตัวอักษร |
| แก้ไขหลังพิมพ์ได้ไหม | ไม่ได้ | ได้ ถ้าเป็นแบบไดนามิก |
| นับจำนวนการสแกน | ไม่ได้ | ได้ ถ้าเป็นแบบไดนามิก |
| ใส่ภาษาไทยได้ไหม | ไม่ได้ | ได้ |
| ปรับแต่งหน้าตา | จำกัดมาก ควรเป็นสีดำบนพื้นขาว | สี โลโก้ และกรอบ |
| ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภายนอก | เฉพาะเมื่อขายในร้านค้าปลีก ต้องใช้เลข GTIN จาก GS1 | ไม่ต้อง |
ใช้บาร์โค้ดเมื่อ…
- จะติดบนสินค้าเพื่อวางขายในร้านค้าปลีก
- ใช้นับสต็อกในคลังหรือในร้านของคุณเอง
- ต้องระบุลังสินค้า พาเลท หรือพัสดุ
- ใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ด ไม่ใช่มือถือ
- ข้อมูลเป็นตัวเลขตายตัวที่ไม่เปลี่ยน
ใช้ QR Code เมื่อ…
- อยากให้ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ ร้านออนไลน์ หรือ LINE ของร้าน
- ต้องเปลี่ยนปลายทางหลังพิมพ์ไปแล้ว
- อยากรู้ว่าโค้ดถูกสแกนไปกี่ครั้ง
- ต้องการให้คนสแกนเห็นข้อความภาษาไทย
- อยากได้โค้ดที่มีโลโก้และสีของแบรนด์
ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือโค้ดที่ลูกค้าสแกนด้วยมือถือ พร้อมโลโก้และสีของแบรนด์ เริ่มได้ที่ เครื่องมือสร้าง QR Code ส่งเอกสารด้วย QR Code สำหรับไฟล์ PDF หรือทำ QR Code แผนที่ Google Maps ให้ลูกค้าหาร้านของคุณเจอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสร้างบาร์โค้ด
เริ่มเลย
สร้างบาร์โค้ดของคุณตอนนี้
เลือกรูปแบบ พิมพ์ข้อมูล แล้วดาวน์โหลดเป็น PNG, SVG หรือ PDF ไม่ต้องสมัคร ไม่มีลายน้ำ และสร้างได้ไม่จำกัด
กำลังหา QR Code ไม่ใช่บาร์โค้ดใช่ไหม เริ่มได้ที่ QRKIT ภาษาไทย หรือทำ QR Code สำหรับ Google Forms และ QR Code สำหรับไฟล์ PDF อ่านเพิ่มเติม: QR Code กับบาร์โค้ดต่างกันอย่างไร (ภาษาอังกฤษ)
